เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

วันเสาร์

09.00-13.00 น.

เราช่วยคุณได้

@oneworldtour

Travel License : 11/05298

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

/

เที่ยวบทความท่องเที่ยว

ไอซ์แลนด์ (Iceland) : THE COMPASS BY ONE WORLD TOUR

ไอซ์แลนด์ (Iceland) : THE COMPASS BY ONE WORLD TOUR

164

ไอซ์แลนด์ (Iceland) ดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง …ที่ตั้งของกลาเซียที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และภูเขาไฟที่ยังมีพลังมากที่สุดในโลก ดินแดนแห่งแสงสว่างและความมืดนี้มีฤดูร้อนที่ยาวนานที่เราสามารถเห็นแสงอาทิตย์ได้ 24 ชั่วโมง และจะออกมาจากขอบฟ้าเพื่อมาทักทายกับผู้คนแค่ไม่กี่ชั่วโมงในฤดูหนาว ไอซ์แลนด์ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1,000 ปีก่อนในช่วงยุคแห่งการสำรวจและตั้งถิ่นฐานของพวกไวกิ้ง เป็นดินแดนที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนของสภาพภูมิอากาศภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปส่องประกายระยิบระยับอย่าง Vatna Glacier (Vatnajökull) ที่พาดผ่านเทือกเขาที่สวยงาม น้ำพุร้อนที่อุดมสมบูรณ์ให้ความอบอุ่นแก่บ้านเรือน และกระแสน้ำนอกชายฝั่งกัลฟ์สตรีมให้สภาพอากาศที่อบอุ่นให้กับผู้คนอาศัยอยู่ทางตอนเหนือสุดของโลก ภูเขาไฟอีกประะมาณ 130 แห่งซึ่งส่งผลโดยตรงต่อลักษณะที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ไอซ์แลนด์ยังเป็นที่ตั้งของหลุมอุกกาบาตหลายแห่ง โดยเฉพาะในเขตภูเขาไฟตะวันตกที่บางแห่งได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกในปี 2010 การปะทุเล็กน้อยที่ภูเขาไฟ ‘เอยาฟยาตลาเยอคุตล์’ (Eyjafjallajökull) ทำให้การเดินทางทางอากาศทั่วยุโรปและอเมริกาเหนือหยุดชะงักเนื่องจากเถ้าภูเขาไฟจำนวนมากที่พ่นออกมาเป็นเวลาถึงหกวัน

Switzerland 10 day 1-13 THE COMPASS BY ONE WOTLD TOUR

Switzerland 10 day 1-13 THE COMPASS BY ONE WOTLD TOUR

150

Switzerland 10 วัน #1?? ️“สวิตเซอร์แลนด์” ประเทศเล็กๆ ในทวีปยุโรปตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศนั้นอยู่บนเทือกเขาแอลป์ เทือกเขาที่ใหญ่สุดของทวีปยุโรปที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศ ทั้งยอดเขาสูง ทุ่งหญ้า น้ำตก “การ์เซีย” “Glacier” หรือธารน้ำแข็งที่แทรกตัวอยู่ตามภูเขาสูง รวมทั้งหมู่บ้านชนบทที่กระจายตัวอยู่ทั่วไปตามเนินเขา ผู้คนที่เป็นมิตร การเดินทางที่สะดวกสบาย ไม่แปลกใจเลยที่นักเดินทางหลายคนต่างตกหลุมรักประเทศนี้… เราเริ่มต้นเที่ยวรายการนี้จากเมืองทิราโน่ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือทางของแคว้นลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี ที่เวลาเพียงเล็กน้อยเพียงพอสำหรับการเดินเล่น เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบแห่งนี้มีแม่น้ำแอดด้าสายน้อยไหลผ่าน กลางเมืองเป็นที่ตั้งของวิหารพระแม่มารี วิหารสไตล์เรอเนสซองส์ที่สร้างในปี 1505 ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สำคัญของเมือง…ทิราโน่อาจจะไม่มีอะไรที่โดดเด่น แต่ทิราโน่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปนั่นคือรถไฟสาย “Bernina Express” ที่เราจะนั่งเพื่อเดินทางข้ามเทือกเขาอัลไพน์สู่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์กันครับ

GRAND GERMANY 11 DAY 1-18 THE COMPASS BY ONE WORLD TOUR

GRAND GERMANY 11 DAY 1-18 THE COMPASS BY ONE WORLD TOUR

143

Grand Germany 11 วัน 16 เมือง ‘โคโลญ’ เมืองใหญ่ที่สุดที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ สร้างเมื่อปี 51 ในสมัยจักรพรรดิ์เคลาดิอุสแห่งอาณาจักรโรมัน โคโลญก็ไม่ต่างจากเมืองอื่นๆในเยอรมันที่โดนผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆได้รับความเสียหายทั้งเมือง มีเพียง ’มหาวิหารโคโลญ’ ที่ยังตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางกองซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน วิหารคาธอลิกแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 632 ปี (1248-1880) ในแบบสถาปัตยกรรมกอธิค และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1996 อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเยอรมันคือการล่องเรือชมบรรยากาศของแม่น้ำไรน์…เราเริ่มล่องเรือจากเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ ‘เซนต์กอร์’ สู่เมือง ‘บ๊อบพาร์ด’ ผ่านหมู่บ้าน และไร่องุ่นที่เรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง ต้นแม่น้ำสายนี้มาจากไหลมาจากเทือกเขาแอลป์ผ่านหลายประเทศในยุโรป ช่วงที่ไหลผ่านเข้ามาในประเทศเยอรมันถือว่าเป็นช่วงที่มีความยาวมากที่สุด แม่น้ำไรน์ได้รับการยกย่องเป็นแม่น้ำที มีความสําคัญในยุโรมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมันในเรื่องของการขนส่งสินค้า และยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการทำสงครามซึ่งเราจะเห็นได้จากการที่มีป้อมปราการและปราสาทโบราณตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำไรน์ให้เราได้เห็นตลอดในระหว่างล่องเรือ#Covid19จบเราจะไปเที่ยวกัน 

เยอรมันเหนือ – เดนมาร์ก * ฮันซีติก 11 วัน 1-20 THE COMPASS BY ONE WORLD TOUR

เยอรมันเหนือ – เดนมาร์ก * ฮันซีติก 11 วัน 1-20 THE COMPASS BY ONE WORLD TOUR

136

เยอรมันเหนือ – เดนมาร์ก * ฮันซีติก 11 วัน #16 ?? ?? เหล่านกนางนวลบินร่อนฝ่าสายลมที่พัดพาอากาศบริสุทธิ์แห่งท้องทะเลเข้ามาสู่มืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว… ‘คีล’ Kiel เมืองหลวงของรัฐชเลสวิก –โฮลชไตน์ทางตอนเหนือของเยอรมัน จากหมู่บ้านของชาวเดนมาร์กในศตวรรษที่ 8 ได้ถูกผนวกโดยปรัสเซียจนกระทั่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนีในปี 1871 คีลเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มฮันซีติกในปี 1284 แต่ก็ถูกขับออกจากกลุ่มในปี 1431 เนื่องจากเป็นพื้นที่หลบภัยของเหล่าโจรสลัด ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองคีลเป็นแหล่งผลิตเรือดำน้ำที่สำคัญของเยอรมัน จึงเป็นเป้าหมายของการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร เป็นผลให้เมืองถูกทำลายอย่างหนัก ทำให้อาคารเก่าแก่หลายแห่งพังทลาย สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ได้รับการบูรณะหลังปี 1945 เช่น จัตุรัสเมืองเก่า Alter Markt และอาคารที่ตั้งบนถนน Holstenstrasse ซึ่งเป็นย่านคนเดินเท้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมันได้ฟื้นคืนความรุ่งเรืองในอดีต โบสถ์เซนต์นิโคลัส โบสก์สไตล์โกธิก และพระราชวังดยุกแห่งโฮลชไตน์-กอททอร์ป ซึ่งอนาคตซาร์ปีเตอร์ที่ 3 แห่งรัสเซียประสูติ ณ พระราชวังแห่งนี้

5 ขุมทรัพย์ แหล่งท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์ #SWITZERLAND DREAM NOW – TRAVEL LATER

5 ขุมทรัพย์ แหล่งท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์ #SWITZERLAND DREAM NOW – TRAVEL LATER

111

5 ขุมทรัพย์ แหล่งท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์การท่องเที่ยวแห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิด “5 ขุมทรัพย์” ด้านการท่องเที่ยว ที่นักเดินทางที่มีระดับควรจะต้องรู้จักสวิตเซอร์แลนด์มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการประกาศโดย ยูเนสโกไม่ต่ำกว่า 13 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจ มรดกอันทรงคุณค่าเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจและเป็นแก่นสาระแห่งการท่องเที่ยวของสวิตเซอร์แลนด์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ คุณภาพ และความหลากหลาย5 ขุมทรัพย์การท่องเที่ยว ที่เราอยากจะแนะนำ คือ

“สวิตเซอร์แลนด์” มีครบทุกประสบการณ์ท่องเที่ยว

“สวิตเซอร์แลนด์” มีครบทุกประสบการณ์ท่องเที่ยว

113

กอร์เนอร์กราต, แซร์มัตต์ (Gornergrat,Zermatt) ทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขา “แมทเทอร์ฮอร์น”(Matterhorn) นั้นสามารถชื่นชมได้จาก “กอร์เนอร์กราต” ณ ระดับความสูง 3,089 เมตร กอร์เนอร์กราตนั้นล้อมรอบด้วยความมหึมาของเทือกเขาที่มีความสูงไม่น้อยกว่า 294,000 เมตร อย่าง “แมทเทอร์ฮอร์น อันตระหง่าน และ ยอดเขาดูฟัวร์ (Dufourspitze) รวมถึงธารน้ำแข็งที่ยาวเป็นอันดับ 3 ของเทือกเขาแอลป์ ที่นี่ให้รางวัลแก่ผู้มาเยือนด้วยมุมมองที่น่าตื่นตา   ตื่นใจสุดบรรยาย  ในฤดูร้อนคุณจะต้องประหลาดใจกับภาพสะท้อนของเทือกเขาแมทเทอร์ฮอร์น บนพื้นผิวของทะเลสาบ “ริฟเฟลเซ”

หมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส #THECOMPASS ONE WORLD TOUR AND TRAVEL

หมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส #THECOMPASS ONE WORLD TOUR AND TRAVEL

97

หมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส #16 – หมู่บ้าน ‘ฟลาวิญี ซูร์ โอเซอแรง’ (Flavigny-sur-Ozerain, Côte-d’Or) โกตดิออร์ แคว้นบูร์กอญ ฟร็องช์-กงเตหมู่บ้านฟลาวิญีเข้าสู่บันทึกประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการเมื่อ 52 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อ “เวอร์ซินเกโทริกซ์” (Vercingetorix) ซึ่งผู้นำที่แข็งแกร่งผู้รวบรวมชนเผ่ากอล (Gauls) เข้าต่อกรกับทัพของ ‘จูเลียส ซีซาร์’ (Julius Caesar) ผู้นำของกองทัพโรมัน ในอเลเซีย (Alicia) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของพวกเขาหมู่บ้านเล็กๆ ในยุคกลางตั้งอยู่ทางตะวันออกของฝรั่งเศส สร้างขึ้นรอบๆ อารามเบเนดิกตินแห่งแซงปีแยร์ (Benedictine Abbey of Saint-Pierre) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 8ฟลาวิญีถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน “หมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส” และยังเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีกลิ่นหอมมากที่สุดอีกด้วย กลิ่นหอมของโป๊ยกั๊กหรือ เม็ดยี่หร่า จะลอยออกมาจากโรงงานทำขนมที่กระจายอยู่ในทุกตรอกซอกซอยของหมู่บ้านเมืองที่ชีวิตดีงามน่าหลงใหลในความงดงามของสถาปัตยกรรมในยุคกลาง ฟลาวิญีบอกเล่าประวัติศาสตร์ในยุคกลางผ่านเชิงเทิน มีกำแพงที่แข็งแรงล้อมรอบถนนคดเคี้ยวแคบๆ ทึ่คดคี้ยวผ่านบ้านสไตล์เบอร์กันดีในยุคกลางแบบดั้งเดิม ประตูป้อมปราการ ตรอกซอกซอยที่ปูด้วยหิน ซึ่งล้วนเป็นพยานถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตในปี 2000 หมู่บ้านฟลาวิญียังถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Chocolat ที่นำแสดงโดย Juliette Binoche และ Johnny Depp

SWITZERLAND: Scenic Railroads ดินแดนแห่งรถไฟ เที่ยวสวิส By THE COMPASS ONE WORLD TOUR AND TRAVEL

SWITZERLAND: Scenic Railroads ดินแดนแห่งรถไฟ เที่ยวสวิส By THE COMPASS ONE WORLD TOUR AND TRAVEL

107

SWITZERLAND: Scenic Railroads #16 – รถไฟสายภูเขาขบวน ‘โรเชอร์ เดอ เนย์’ Rochers-de-Nayeรถไฟฟันเฟืองขบวนเล็กๆ ที่ออกจากมองเทรอซ์จะพาเราขึ้นภูเขาไปยัง Rochers-de-Naye ที่ระดับความสูง 2,042 เมตรจากระดับน้ำทะเลที่งดงาม เป็นความสุขและเพลิดเพลินในเส้นทางผ่านเมือง Glion และ Caux ซึ่งมีโรงแรมหรูหราที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่แล้วตั้งอยู่เหนือทะเลสาบ ผ่านสวนอัลไพน์ La Rambertia ที่มีดอกไม้ และพันธุ์ไม้นานาพันธุ์กว่าพันชนิดที่เจริญเติบโตในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน และอาจจะได้พบกับ Marmot กระรอกที่มีขนยาวซึ่งเป็นกระรอกภูเขาของสวิสรถไฟสาย ‘Rochers-de-Naye’ เปิดให้บริการตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากมายจากทั้งสองด้านของรถไฟ เมื่อรถไฟออกจากสถานีในเมืองมองเทรอซ์แล้วรถไฟจะผ่านเข้าสู่อุโมงค์ และเริ่มไต่ระดับความสูงทันที หลังจากนั้นประมาณ 15 นาทีรถไฟจะไปถึงหมู่บ้าน Glion ซึ่งอยู่เหนือเมืองมองเทรอซ์ 300 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่รถไฟไอน้ำขบวนแรกที่ไปยัง Rochers-de-Naye ที่ได้เปิดให้บริการในปี 1892หลังจากผ่านหมู่บ้าน Glion รถไฟจะออกจากพื้นที่ของเมืองมองเทรอซ์เข้าสู่เนินป่า มีจุดแวะพักหลายจุดระหว่างทาง หลังจาก La Perche อีกเพียงห้านาที และผ่านอีกสองอุโมงค์ก่อนที่รถไฟจะถึง Rochers-de-Naye โดยใช้เวลาในการเดินทาง 55 นาทีตลอดเส้นทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์มุมกว้างที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ จนเมื่อเราขึ้นไปถึงจุดหมายปลายทางจะต้องตะลึงกับทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ริเวียร่า และทะเลสาบเจนีวา และในวันที่อากาศดีเราอาจมองเห็นยอดเขา “ไอเกอร์” Eiger ทางตอนกลางของสวิสที่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,970 เมตร และยอดเขา ‘มองบลังก์’ ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 4,807 เมตร ในฝรั่งเศสได้อย่างชัดเจน

ตำนานป้อมปราการ The Great Fortresses around the World

ตำนานป้อมปราการ The Great Fortresses around the World

128

ตำนานป้อมปราการ ตำนานความแข็ง ที่เป็นเรื่องเล่าจากรุ่นสู่รุ่นตำนานป้อมปราการ มนุษยชาติได้เรียนรู้มาตั้งแต่เนิ่นๆในประวัติศาสตร์ของเราว่า ‘เพื่อปกป้องผืนดินต้องเสริมสร้าง’ จากจุดเริ่มต้นนี้ได้พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างป้อมปราการอันยิ่งใหญ่ของโลกอยู่ตลอดเวลา … จากป้อมปราการที่เป็นกำแพงดินและกำแพงไม้ที่เรียบง่าย พัฒนาไปสู่ โครงสร้างที่ซับซ้อนและสง่างามในยุคกลาง ดินปืนและปืนใหญ่ทำให้โครงสร้างอันล้าสมัยถูกเปลี่ยนแปลงเป็นกำแพงดินในแนวราบ เช่น ป้อมดาวซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เป็นต้นไป… แม้ยุคกลางจะถูกเรียกว่ายุคมืด แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมถอย โดยรวมหลังจากการล่มสลายของอาณาจักรโรมันโบราณ ป้อมปราการที่สวยงามยังคงมีชีวิตอยู่ตลอดหลายศตวรรษ  จากตำนานและจินตนาการที่เต็มไปด้วยป้อมปราการและปราสาทโบราณ เสมือนมีเวทมนตร์บางอย่างที่ดึงดูดนักเดินทางทั่วโลก โครงสร้างที่สูงตระหง่านและสวนที่อุดมสมบูรณ์ ป้อมปราการของกษัตริย์และเหล่าอัศวิน ทำให้เราได้กลับมาเยี่ยมชมโลกของนิทานก่อนนอนในวัยเด็กของเราอีกครั้ง… ตั้งแต่ป้อมปราการบนเทือกเขาหิมะไปจนถึงปราสาทยุคกลางที่เหมือนเทพนิยายในยุโรปตะวันออก จากป้อมปราการที่แข็งแกร่งของชาวตะวันตกไปจนถึงป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่ของโลกตะวันออกที่สะท้อนความงามของธรรมชาติอันน่าหลงใหลเหล่านี้ และจากนี้ไปเราจะได้พบกับป้อมปราการโบราณที่ได้ผ่านการทดสอบของกาลเวลานับร้อยนับพันปีเพื่อรอให้เรามาเยี่ยมชมเพื่อเติมเต็มเรื่องราวจากหนังสือนิทานแห่งโลกจินตนาการที่จะทำให้เราหลงเชื่ออย่างเต็มหัวใจ… 

Portugal เปิดประตูสู่โปรตุเกส

Portugal เปิดประตูสู่โปรตุเกส

115

Nazaré นาซาเร่หมู่บ้านโปรตุเกสในตำนานแห่งนี้ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ที่นี่คือยอดเขา Everest ของมหาสมุทร! สถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกแห่งในการสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติได้ทุกวันเป็นเวลานานทั้งปีครั้งหนึ่งนาซาเร่เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบสงบบนชายฝั่งโปรตุเกสซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักเล่นคลื่นยักษ์ที่กล้าหาญที่สุดในโลก กลิ่นของปลาย่างและเสียงสะท้อนของการโต้คลื่นที่กึกก้องผ่านถนนที่ปูด้วยหินแคบๆ ชายหาดนาซาเร่ โดยเฉพาะบริเวณ Praia do Norte หรือ North Beach คือบ้านของคลื่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกประภาคารตั้งอยู่เหนือสุดของหุบเขาใต้น้ำของนาซาเร่ที่มีความลึกประมาณ 5 กม. และความยาว 230 กม. ความหนาวเย็นของมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือพุ่งออกมาจากหุบเขาจากความลึกถึง 5,000 เมตรทำให้คลื่นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทันทีเมื่อมันเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่ง แล้วคุณล่ะ ต้องการดูคลื่นยักษ์แห่งนาซาเรสหรือไม่ ?

Most Beautiful Places in the World – สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก

Most Beautiful Places in the World – สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก

113

Most Beautiful Places in the World #31 – ‘เกรตแบร์ริเออร์รีฟ’ (The Great Barrier Reef, Australia)หนึ่งในของขวัญจากธรรมชาติที่น่าทึ่งที่สุดของออสเตรเลีย เป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายและความงามบนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ประกอบด้วยแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทอดยาวจากปลายแหลมยอร์กทางตอนเหนือของควีนส์แลนด์ไปจนถึงทางตอนใต้บันดาเบิร์กเกรตแบร์ริเออร์รีฟเป็นหนึ่งในระบบนิเวศทางธรรมชาติที่สมบูรณ์และซับซ้อนที่สุดในโลก มีปลามากกว่า 1,500 ชนิด ปะการังประมาณ 400 ชนิด หอย 4,000 ชนิด และนก 240 ชนิดรวมทั้ง ฟองน้ำ ดอกไม้ทะเล หนอนทะเล และสายพันธุ์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น พะยูน หรือ “วัวทะเล” และเต่าสีเขียวขนาดใหญ่ซึ่งกำลังเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ ‘ไม่มีทรัพย์สินมรดกโลกอื่นใดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเช่นนี้’ ในฐานะที่เป็นระบบนิเวศแนวปะการังที่กว้างขวางที่สุดในโลก เกรตแบร์ริเออร์รีฟพื้นที่ที่โดดเด่นและมีความสำคัญระดับโลก ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 1981 ครอบคลุมพื้นที่ 348,000 ตารางกิโลเมตรภายในเกรตแบร์ริเออร์รีฟมีแนวปะการังที่มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันประมาณ 2,500 แห่ง และเกาะต่างๆกว่า 900 เกาะตั้งแต่อ่าวเล็กๆ และอ่าวที่มีพืชพันธุ์ขนาดใหญ่ไปจนถึงเกาะในทวีปขนาดใหญ่ที่สูงกว่า 1,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภูมิประเทศและท้องทะเลเหล่านี้รวมกันเป็นทัศนียภาพทางทะเลที่งดงามที่สุดในโลกความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติ มีขนาดใหญ่กว่ากำแพงเมืองจีน และเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนโลกที่มองเห็นได้จากอวกาศ