เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

วันเสาร์

09.00-13.00 น.

เราช่วยคุณได้

@oneworldtour

Travel License : 11/05298

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

SWITZERLAND: Scenic Railroads ดินแดนแห่งรถไฟ เที่ยวสวิส By THE COMPASS ONE WORLD TOUR AND TRAVEL

SWITZERLAND: Scenic Railroads ดินแดนแห่งรถไฟ เที่ยวสวิส By THE COMPASS ONE WORLD TOUR AND TRAVEL

01

Dec

สวิตเซอร์แลนด์

SWITZERLAND: Scenic Railroads ดินแดนแห่งรถไฟ เที่ยวสวิส By THE COMPASS ONE WORLD TOUR AND TRAVEL

SWITZERLAND: Scenic Railroads #16 
– รถไฟสายภูเขาขบวน ‘โรเชอร์ เดอ เนย์’ Rochers-de-Naye
รถไฟฟันเฟืองขบวนเล็กๆ ที่ออกจากมองเทรอซ์จะพาเราขึ้นภูเขาไปยัง Rochers-de-Naye ที่ระดับความสูง 2,042 เมตรจากระดับน้ำทะเลที่งดงาม เป็นความสุขและเพลิดเพลินในเส้นทางผ่านเมือง Glion และ Caux ซึ่งมีโรงแรมหรูหราที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่แล้วตั้งอยู่เหนือทะเลสาบ ผ่านสวนอัลไพน์ La Rambertia ที่มีดอกไม้ และพันธุ์ไม้นานาพันธุ์กว่าพันชนิดที่เจริญเติบโตในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน และอาจจะได้พบกับ Marmot กระรอกที่มีขนยาวซึ่งเป็นกระรอกภูเขาของสวิส
รถไฟสาย ‘Rochers-de-Naye’ เปิดให้บริการตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากมายจากทั้งสองด้านของรถไฟ เมื่อรถไฟออกจากสถานีในเมืองมองเทรอซ์แล้วรถไฟจะผ่านเข้าสู่อุโมงค์ และเริ่มไต่ระดับความสูงทันที หลังจากนั้นประมาณ 15 นาทีรถไฟจะไปถึงหมู่บ้าน Glion ซึ่งอยู่เหนือเมืองมองเทรอซ์ 300 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่รถไฟไอน้ำขบวนแรกที่ไปยัง Rochers-de-Naye ที่ได้เปิดให้บริการในปี 1892
หลังจากผ่านหมู่บ้าน Glion รถไฟจะออกจากพื้นที่ของเมืองมองเทรอซ์เข้าสู่เนินป่า มีจุดแวะพักหลายจุดระหว่างทาง หลังจาก La Perche อีกเพียงห้านาที และผ่านอีกสองอุโมงค์ก่อนที่รถไฟจะถึง Rochers-de-Naye โดยใช้เวลาในการเดินทาง 55 นาที
ตลอดเส้นทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์มุมกว้างที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ จนเมื่อเราขึ้นไปถึงจุดหมายปลายทางจะต้องตะลึงกับทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ริเวียร่า และทะเลสาบเจนีวา และในวันที่อากาศดีเราอาจมองเห็นยอดเขา “ไอเกอร์” Eiger ทางตอนกลางของสวิสที่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,970 เมตร และยอดเขา ‘มองบลังก์’ ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 4,807 เมตร ในฝรั่งเศสได้อย่างชัดเจน

SWITZERLAND: Scenic Railroads #17
 – ‘รถไฟล้อเฟือง’ Monte Generoso
เป็นเวลา 130 ปีแล้วที่รถไฟล้อเฟืองเพียงแห่งเดียวใน ‘ทิซิโน่’ Ticino วิ่งไปตามทิวทัศน์ภูเขาอันงดงามที่ทอดยาว 9 กม. ของอุทยานแห่งชาติเจเนโรโซ่ Monte Generoso ตั้งแต่ Capolago บนทะเลสาบ Lugano ไปจนถึงจุดสูงสุดที่ระดับความสูง 1,704 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 40 นาที
รถไฟไอน้ำจากปี 1890 เป็นรถไฟไอน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ที่ยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และรถไฟจากปี 1950 จะพาเราย้อนกลับไปในสมัยของ La Belle Époque*
บนยอดเขาที่ความสูง 1,704 เมตร ด้วยความสูงนี้ทำให้ที่นี่เป็นบริเวณที่ดีที่สุดสำหรับการชมวิวในรัฐทีชีโนอย่างไม่ต้องสงสัย ภูมิทัศน์ที่ไม่ถูกทำลาย ทัศนียภาพอันน่าหลงใหลซึ่งของทะเลสาบ ลูกาโน โคโมวาเรเซ และมัจจอเร ทิวทัศน์จากเทือกเขาแอเพนไนน์ไปจนถึงเทือกเขาแอลไพน์ ตั้งแต่ ยอดเขา ‘กรันปาราดีโซ’ Gran Paradisoในอิตาลี ไปจนถึง ยอดเขา ‘มอนเตโรซา’  Monte Rosa ของสวิตเซอร์แลนด์ จาก ยอดเขา ‘แมทเทอร์ฮอร์น’ ไปจนถึงยอดเขา ‘จุงเฟรา’ และเทือกเขา ‘กอททาร์ท’  ไปจนถึงเทือกเขา ‘เบอร์นิน่า’ จะสร้างความสุขให้กับผู้มาเยือนอย่างไม่รู้ลืม
(La Belle Époque – ลา แบล เลป้อก หรือ ยุคสวยงาม เป็นยุคสมัยหลังการสิ้นสุดของสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ใน ค.ศ. 1871 จนถึงการเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ใน ค.ศ.1914 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ยุโรปตะวันตกมีความสงบสุข มีความก้าวหน้าในเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และการเฟื่องฟูของศิลปะต่างๆ เป็นอย่างมาก)

SWITZERLAND: Scenic Railroads #18 – รถไฟชมวิวขบวน ‘ขนมบิสกิต’
Regio Express Kambly รถไฟขบวน BLS Kambly ออกแบบมาเป็นพิเศษให้บริการ Regio Express จากเบิร์นสู่ลูเซิร์นไปยัง Kambly Experience ในหมู่บ้าน Trubschachen ในปี 2010 Kambly ซึ่งเป็นผู้ผลิตบิสกิตที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ได้ฉลองครบรอบ 100 ปี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมารถไฟ Kambly ขบวนพิเศษได้วิ่งระหว่าง Bern, Trubschachen และ Lucerne
ขบวน Regio Express Kambly มีบริการห้องอาหาร บาร์ และหน้าต่างบานใหญ่แบบพาโนรามาทำให้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามระหว่างการเดินทาง ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับการล่องเรือในทะเลสาบเบรียนซ์ ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม สัมผัสกับทุกความงามของสวิตเซอร์แลนด์ได้จากรถไฟขบวนนี้ ทั้งยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ, ทะเลสาบสีฟ้าใส, ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม และฟาร์มปศุสัตว์ที่งดงามเงียบสงบ ผสมผสานสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเข้ากับการช้อปปิ้งที่อินเทอร์ลาเคน และลูเซิร์น รวมทั้งเมืองหลวงเบิร์นของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเมืองเก่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี 1983  
Regio Express Kambly วิ่งผ่าน ‘หุบเขาเอ็มเมินทาล’ Emmental เป็นหุบเขาทางตะวันตกตอนกลางของสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐเบิร์น โดยจอดที่หมู่บ้าน Trubschachen ตรงหน้าอาคารโรงงาน Kambly Experience ซึ่งคุณจะได้ค้นพบความลับของศิลปะการอบบิสกิตชั้นดีที่ Kambly Experience และค้นพบเรื่องราวของแบรนด์บิสกิตที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมมากที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์
รถไฟ Kambly ให้บริการตั้งแต่วันอังคาร ถึง วันอาทิตย์
ออกจากลูเซิร์นเวลา: 07.57 น. / 13.57 น. มาถึง Trubschachen เวลา: 08.44 น. /14.44 น.
ออกจากเบิร์น เวลา: 09.36 น. /15.36 น.  มาถึง Trubschachen เวลา: 10.11 น. / 16.11 น

SWITZERLAND: Scenic Railroads #19 
– Funicolare Lugano Monte San Salvatore
‘ย้อนกลับไปในปี 1200 ผู้แสวงบุญเดินทางขึ้นไปบนยอดเขาด้วยการเดินเท้าเพื่อแสดงความเคารพต่อพระบุตรของพระเจ้า ผู้ซึ่งตามตำนานโบราณได้มาพักที่นี่ก่อนที่จะขึ้นสู่สวรรค์’  
ยอดเขา ‘ซานซัลวาตอเร’ Monte San Salvatore อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพีระมิดแห่งที่สองซึ่งครองพื้นบนเทือกเขาอัลไพน์ ตั้งตระหง่านเหนือเส้นขอบฟ้าของเมืองลูกาโน่ พร้อมกับภูเขา Monte Bré ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของทะเลสาบ ยอดเขาสามารถเข้าถึงได้ด้วยรถกระเช้าไฟฟ้า Monte San Salvatore ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1890
เพียงไม่กี่นาทีจากใจกลางเมืองลูกาโนเราก็สามารถเข้าถึงธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลายของยอดเขา ‘ซานซัลวาตอเร’ และค้นพบภูมิประเทศที่น่าทึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี  
ทางรถไฟมีความยาว 1,660 เมตร จะนำเราสู่ยอดเขาซานซัลวาตอเร บนความสูง 912 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหนือเมืองลูกาโน และความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของทะเลสาบเซเรซิโอในที่ราบลอมบาร์ดและเทือกเขาอันงดงามของสวิสและเทือกเขาซาวอยแอลป์ หลังคาโบสถ์และระเบียงคาโปโดโรที่มองจากจุดชมวิวมุมกว้าง 360 องศาที่สวยงามจากยอดเขาแห่งนี้
รถกระเช้าไฟฟ้าอยู่ห่างจากมอเตอร์เวย์ (A2 / E 35) ตรงทางออกจาก Lugano-Sud เพียง 500 เมตรและห่างจากสถานีรถไฟ Paradiso เพียงแค่ 5 นาที และไปถึงยอดเขาในเวลาเพียง 10 นาที มีการออกเดินทางทุกๆ 30 นาทีตั้งแต่เช้าถึงเย็น ในฤดูร้อนรถไฟเที่ยวสุดท้ายออกเวลา 23.00 น.

SWITZERLAND: Scenic Railroads #20 
– Funicolare Monte Bre
เพียงไม่กี่นาทีจากใจกลางเมืองลูกาโนเราก็สามารถเข้าถึงธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลายของยอดเขา ‘Monte Bre’ และค้นพบภูมิประเทศที่น่าทึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองริมทะเลสาบ และภูเขาทอดยาวข้ามพรมแดนไปยังอิตาลี
ทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์และ Monte Rosa, Monte San Salvatore  และ Vallese Alps ที่มองเห็นได้จากยอดเขาที่มีแสงแดดจ้าที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ปี 1908 รถไฟสายเคเบิลได้เปิดบริการนำนักเดินทางขึ้นสู่ยอดเขา Mount Bré บนความสูง 933 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยใช้เวลาเดิน 15-20 นาที
รถกระเช้าไฟฟ้าจะนำเราออกจากสถานี Lugano-Cassarate ไปยังยอดเขา Monte Brè ผ่านหมู่บ้าน Suvigliana, Albonago, Aldesago และ Brè หมู่บ้านยังคงรักษาลักษณะของหมู่บ้านชนบทโบราณไว้อย่างสมบูรณ์และได้รับการประดับประดาด้วยงานศิลปะมากมาย อย่างภาพจิตรกรรมฝาผนังของ Joseph Birò ใน Church of San Fedele และ Schmid Museum หมู่บ้านเหล่านี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยบนเนินเขาแบบพาโนรามาที่งดงาม  

SWITZERLAND: Scenic Railroads #21 
– ‘มูออตทาส มูราเกิล’ Muottas Muragl // ทางรถไฟภูเขาที่เก่าแก่ที่สุดในกราบึนเดนซึ่งมีอายุถึง 114 ปีที่อยู่นอกเมืองปอนเตรซินาซึ่งมีทัศนียภาพที่น่าทึ่งที่สุดของภูมิภาคนี้ Muottas Muragl เป็นรถไฟกระเช้าไฟฟ้าแบบวินเทจซึ่งสร้างขึ้นในปี 1907 เป็นทางรถไฟบนภูเขาที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคกราบึนเดน Graubünden ตัดผ่านหุบเขามูราเกิล ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ระหว่างทางขึ้นไปที่ระดับความสูง 2,456 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล รถกระเช้าไฟฟ้าครอบคลุมระยะทาง 2,201 เมตรขึ้นสู่ความสูงที่สามารถมองเห็นยอดเขาหุบเขาและทะเลสาบเกือบทั้งหมดในภูมิภาคนี้ ที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา Piz Rosatsch และ Piz Julier และธารน้ำแข็ง Roseg Cirque
เราคงอยากให้เวลาหมุนไปช้าขณะที่อยู่บนยอดเขา ทัศนียภาพที่สวยงามที่สุดแบบพาโนรามาในหุบเขาแองกาดีนตอนบนจะปรากฏให้เห็นบนความสูง 2,456 เมื่อลงไปในหุบเขา ทะเลสาบแองกาดีนก็สุกสกาวเปล่งประกายระยิบระยับราวกับไข่มุก และขณะที่รถกระเช้าไฟฟ้าวิ่งขึ้นสู่ด้านบนสายตาเราก็ถูกดึงดูดด้วยธารน้ำแข็งอันน่าทึ่งของ ‘เทือกเขาเบอร์นิน่า’ Bernina Massif อย่างไม่อาจต้านทานได้

SWITZERLAND: Scenic Railroads #22 
– Treno Gottardo เป็นเส้นทางใหม่ล่าสุดของเส้นทางรถไฟที่สวยงามของปี 2021
ห้องโดยสารใหม่ที่สะดวกสบายมีหน้าต่างบานใหญ่พร้อมที่นั่งชั้น 1 และชั้น 2 ให้เลือก ตลอดทั้งปีรถไฟจะออกทุก ๆ ชั่วโมงตลอดทั้งวัน ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2021 เป็นต้นไป Treno Gottardo จึงกลายเป็นจุดเชื่อมต่อที่สวยงามที่สุดระหว่างเหนือและใต้ของสวิตเซอร์แลนด์
การเดินทางแบบพาโนรามาไปยังทิชิโน่ Ticino ด้วยทัศนียภาพอันน่าทึ่งของกำแพงภูเขาสูงชัน ทะเลสาบสีฟ้าและภาพพาโนรามาแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่มีต้นปาล์มและป้อมปราการโบราณ เมืองที่คึกคัก อาคารเก่าแก่ และกิจกรรมสันทนาการที่หลากหลายทั้งหมดนี้สามารถสัมผัสความหลากหลายของสวิตเซอร์แลนด์ได้บนด้วยรถไฟขบวนเดียว! ที่สะดวกสบายที่สุดไปตามเส้นทางพาโนรามาบนเส้นทางอัลไพน์ประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของ ‘กอทธาร์ด’  
รถไฟออกจากเมืองลูเซิร์นผ่านชมวิวชนบทขณะเดินทางไปยัง Arth-Goldau ผ่านทะเลสาบ Brunnen ทะเลสาบ  Flüelen และทัศนียภาพอันงดงามในขณะที่รถไฟวิ่งไปอย่างช้าๆ ผ่านสะพานและอุโมงค์เกลียว ซึ่งเราสามารถมองเห็นโบสถ์ในหมู่บ้าน Wassen ได้จาก 3 มุมที่แตกต่างกันในขณะที่รถไฟค่อยๆ วนขึ้นไปอุโมงค์ก็อทธาร์ดที่เปิดให้บริการในปี 1882 ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของวิศวกรรมในศตวรรษที่ 19 ที่ช่วยให้รถไฟเดินทางผ่านใจกลางภูเขาอันยิ่งใหญ่ได้โดยตรง
ขบวนรถไฟวนลงไปที่ Leventina Valley อย่างช้าๆ ผ่านน้ำตกที่สวยงาม ไร่องุ่นอาคารสไตล์อิตาลี มาถึงถึงเมืองเบลลินโซนา ที่มีปราสาทยุคกลางที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องเมืองโบราณแห่งนี้ในจุดยุทธศาสตร์บนเส้นทางการค้าเหนือ – ใต้ข้ามเทือกเขาแอลป์ ในที่สุดรถไฟจะพาเราผ่านชนบทสไตล์อิตาลีและเข้าสู่โลคาร์โน Locarno บนชายฝั่งทะเลสาบมัจจอเร Maggiore ที่ส่องประกายระยิบระยับจับตา

SWITZERLAND: Scenic Railroads #23 
– Bernina Express เส้นทางพาโนรามาที่มีชื่อเสียงบนทางรถไฟที่สูงที่สุดข้ามเทือกเขาแอลป์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก
การเดินทางข้ามเทือกเขา Bernina อันยิ่งใหญ่บนจากสวิตเซอร์แลนด์ไปยังอิตาลีตอนเหนือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการเดินทางด้วยรถไฟในยุโรป ให้บริการโดย Rhaetian Railway ซึ่งเปิดให้บริการในปี 1910 กับตู้โดยสารสีแดงแบบพาโนราม่าอันเป็นสัญลักษณ์
เส้นทาง Bernina Line ระหว่าง St. Moritz และ Tirano เชื่อมโยงตอนเหนือและตอนใต้ของยุโรป วิ่งผ่านภูเขาทะเลสาบและธารน้ำแข็งลงไปจนถึงวาลเทลลินา (Valtellina) หุบเขาในบริเวณลอมบาร์ดีทางตอนเหนือของอิตาลีที่ติดกับสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านภูมิประเทศแตกต่างกันไปอย่างมากตั้งแต่ทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์สูงบน Bernina Pass ตลอดจนทะเลสาบที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา
ขณะที่รถไฟวิ่งผ่านเส้นทางที่ทอดยาวขึ้นไปบนเทือกเขาสูงซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของ Lago Bianco (ทะเลสาบสีขาว) และไม่นานหลังจากนั้นขบวนเบอร์นิน่านำเราไปถึงสถานีเล็กๆ Ospizio Bernina ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางที่ 2253 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทิวทัศน์ของธารน้ำแข็ง Morteratsch และ Montebello Curve ที่มีชื่อเสียงระดับโลกปรากฎให้เห็น ขบวนรถไฟวิ่งไปบนเมือกเขาแอลป์ผ่านทะเลสาบ Lago Bianco และ Laj Neir ไปจนถึง Alp Grüm ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งสามารถเข้าถึงได้โดยทางรถไฟเท่านั้น
ขบวนเบอร์นิน่าวิ่งลดระดับและวนลงสู่หุบเขา Val Poschiavo ทำให้นึกถึงถึงทิวทัศน์เมดิเตอร์เรเนียน เข้าสู่หมู่บ้าน Poschiavo ที่งดงามและมีเสน่ห์ ผ่านสะพานโค้ง Brusio ที่มีชื่อเสียง และจาก Livigno ผ่าน Livigno Pass ทางตอนใต้ทอดยาวลงไปถึงหมู่บ้าน Campocologno จนถึงปลายทางเมือง Tirano ของอิตาลี

SWITZERLAND: Scenic Railroads #24 
– Voralpen-Express รถไฟขบวนที่ทำให้เราได้เห็นด้านที่อ่อนโยนของสวิตเซอร์แลนด์
ที่นี่ไม่ใช่ภูเขาสูงสี่พันเมตรหรือหุบเหวลึก แต่เมื่อนั่งรถไฟขบวน Voralpen-Express เราจะได้พบกับสวิตเซอร์แลนด์ที่แตกต่างกันไป เช่น ชายฝั่งของทะเลสาบลูเซิร์นโดยมียอดเขาพิลาทุสเป็นฉากหลัง และเมืองรัปเปอร์วิลล์ Rapperswil ที่มีเสน่ห์ริมชายฝั่งทะเลสาบซูริค รวมถึงทิวทัศน์ของเนินเขาเขียวขจีกับเทือกเขาแอลป์ที่ยอดยาวอยู่เบื้องหลัง
Voralpen-Express คือการเดินทางระหว่างสวิตเซอร์แลนด์ตะวันออกและตอนกลาง เปิดให้บริการทุกชั่วโมง โดยเริ่มต้นจากใจกลางเมืองเซนต์กัลเลน อันเป็นที่ตั้งของอารามเก่าแก่ที่เป็นมรดกโลก
รถไฟจะวิ่งลัดเลาะผ่านหมู่บ้านชนบท ไต่ระดับความสูงข้ามสะพาน Sitter Viaduct ซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ (99 เมตร) ที่สร้างด้วยหินทรงโค้งขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นยอดเขา ‘เซนทิส’ (Säntis) ภูเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขา Alpstein ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ราบสูงรอเทนทุร์ม (Rothenthurm) และภูมิทัศน์ของ “Toggenburg” สู่ทุ่งหญ้าบนที่สูงที่น่าประทับใจ และการเดินทางจะสิ้นสุดลงหลังจากผ่านไปสองชั่วโมงที่เมืองลูเซิร์น

SWITZERLAND: Scenic Railroads #25
– Rhine Gorge Adventure Train (Rhaetian Railway) ขบวนรถไฟสายผจญภัยระหว่าง Ilanz และ ไรเชอเนา Reichenau ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นประตูสู่หุบเขาไรน์ Rhine Gorge (Ruinaulta) หรือ ‘แกรนด์แคนยอนแห่งสวิตเซอร์แลนด์’
ห้องโดยสารแบบเปิดของ Rhaetian Railway ทำให้เราได้สัมผัสทิวทัศน์ที่งดงามของหุบเขาไรน์ เป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่งดงามและหลากหลายที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ผ่านช่องเขาริมแม่น้ำไรน์ที่มีหินสูงชันสีขาวสูงถึง 350 เมตร ที่เกิดจากดินถล่มเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน  
การเดินทางใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงตามเส้นทางตอนบนของแม่น้ำไรน์ผ่าน Versam และ Valendas ไปยัง Ilanz ผ่านหน้าผาหินปูนสูงชัน ภูเขาหินขนาดใหญ่รูปร่างแปลกประหลาดที่ล้อมรอบด้วยป่าสน และพลาดไม่ได้กับการเดินข้าม ‘สะพานแขวนไม้’ Hängebrücke Punt Ruinaulta ซึ่งสร้างเสร็จในปี 2010 เป็นสะพานแห่งที่สามในภูมิภาคที่เชื่อมฝั่งซ้ายและขวาของแม่น้ำไรน์ ด้วยความยาว 105 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในกราบึนเดน Graubünden ที่กลมกลืนไปกับภูมิทัศน์ซึ่งเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน Trin และ Bonaduz

ท่านสามารถดูโปรแกรมทัวร์และรายละเอียดของโปรแกรมนี้ได้ผ่านลิงค์นี้

>>

บทความท่องเที่ยวนี้เป็นบทความให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ จัดทำโดย บริษัทวันเวิลด์ทัวร์แอนด์ทราเวลจำกัด อนุญาตให้ใช้เพื่อ การให้ความรู้ การอ้างอิงนำเสนองานทางการวิจัย การศึกษา ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงธุรกิจ หรือ แสวงหากำไร โดยมิได้รับอนุญาต

จำนวนผู้เข้าชม 26 ครั้ง